*** ✨ การบำบัดนี้เป็นโครงการบำบัดฟรี เพื่อการสอบประเมินรับรอง Certified หลักสูตร Geo Love Healing Level X เท่านั้น (ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ) ✨ ***
บำบัดโดย: อาจารย์ชาญ-นอฟสกี้ (Charn Suteerachai)
Reiki Master Teacher | Certified Geo Love Healing Practioner Level 1-3 | Energy Healing Specialist
อาจารย์คณิตศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาจิตวิญญาณ มีประสบการณ์ทั้งด้านการสอน การทำงานวิจัย และมีประสบการณ์ตรงในสายพลังงานบำบัดมากว่า 15 ปี พร้อมประวัติการดูแลเคสบำบัดที่สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนมาแล้วมากกว่า 1,000 เคส
(อ่านประวัตินักบำบัดและงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.magichandtreatment.com)
สัมผัสประสบการณ์บำบัดผ่าน Zoom — เห็นผลจริงโดยไม่ต้องอิงความเชื่อ
นี่คือกระบวนการและพลังงานบำบัดที่แตกต่างออกไป เพราะไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อ คุณก็สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง
หากคุณยังใหม่กับศาสตร์เหล่านี้ อยากชวนให้เปิดใจทดลองสัมผัสด้วยตัวเองก่อนตัดสินว่า "สิ่งที่เรามองไม่เห็นไม่มีอยู่จริง" ลองนึกถึงสัญญาณมือถือหรือคลื่นแม่เหล็กโลก ที่เรามองไม่เห็นแต่มีอยู่จริงและไหลผ่านตัวเราอยู่ตลอดเวลา อาจารย์ชาญ-นอฟสกี้ ซึ่งจบการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ ทำให้มีสมองเชิงตรรกะและเคยปฏิเสธเรื่องเหล่านี้อย่างหัวชนฝาในอดีต(เพราะเชื่อมั่นแต่ในงานวิจัยและสิ่งที่พิสูจน์ได้เท่านั้น) ได้ผ่านการบวชและฝึกฝนด้านจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งสัมผัสพลังงานได้จากประสบการณ์ตรงและมั่นใจเต็มร้อยว่ามีพลังงานรอบข้างที่ส่งผลกระทบต่อตัวเราทั้งเชิงบวกและเชิงลบ
GeoX-711 พลิกวิกฤตเป็นโอกาสใน "7-1-1 วัน อัศจรรย์"
Geo Love Healing Level X (GeoX) คือวิชาพลังงานบำบัดระดับสูงสุดที่สามารถบำบัดได้ครอบคลุมทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และจิตวิญญาณ ต่อเนื่องจาก Level 1-3 นี่คือศาสตร์ที่อาจารย์ชาญ-นอฟสกี้หลงใหลเป็นพิเศษ เนื่องจากสามารถประยุกต์ความเป็นคณิตศาสตร์เข้ากับการบำบัดได้อย่างลึกซึ้งและเหลือเชื่อ จากประสบการณ์ทุ่มเทฝึกฝนมากว่า 2 ปีในศาสตร์นี้ ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านพลังบำบัดเรกิ ชี่กง และศาสตร์พลังงานอื่นๆ อีกมากมายมากว่า 15 ปี อาจารย์จึงมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าทุกท่านที่เข้าร่วมครบโปรแกรม 7-1-1 วันอย่างต่อเนื่องจะได้รับผลลัพธ์ที่ท่านต้องการ ขอเพียงทำตามคำแนะนำหลังจบ session ในทุกๆ ครั้ง
การบำบัดนี้เป็นการบำบัดฟรีทั้งหมด 9 ครั้ง โดยอาจารย์ชาญ-นอฟสกี้มีโบนัสครั้งที่ 10 ให้สำหรับผู้ที่ช่วยทำแบบประเมินสั้นๆ ภายใน 24 ชม. หลังจบการบำบัดในแต่ละครั้ง
🔒 แบบประเมินนี้จะถูกส่งไปยังสถาบันต้นสังกัดของอาจารย์ชาญ-นอฟสกี้โดยตรงเพื่อใช้ในการสอบรับรองใบ Certified ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นความลับและอาจารย์จะไม่ได้รับทราบคำตอบส่วนตัวของท่าน ดังนั้น ขอให้ทุกท่านตอบตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมาได้เลย เพราะการรับรู้พลังงานของทุกคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและความละเอียดของจิตของแต่ละคน จากประสบการณ์ตรงที่อาจารย์บำบัดมามากกว่า 1,000 เคส ผู้เข้าร่วมบางท่านอาจรู้สึกได้ทั่วร่างกาย ส่วนบางท่านอาจไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ผลลัพธ์ของการบำบัดในด้านต่างๆ ยังคงเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน
⚡ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาจารย์แนะนำว่าให้บำบัดต่อเนื่อง 7 วันและอีก 2 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง(รวมเป็น 7+1+1 = 9 วัน) เพราะเมื่อท่านได้อยู่กับพลังงานบวกติดต่อกัน จะทำให้พลังงาน ความคิด และความเชื่อเดิมๆ ที่ฝังรากลึกของท่านเปลี่ยนแปลงและได้ผลลัพธ์ที่ท่านต้องการอย่างรวดเร็ว การเว้นช่วงห่างและขาดความต่อเนื่องอาจทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการเคลียร์พลังงานลบที่ติดค้างสะสมอยู่กับท่านมาเป็นระยะเวลานานเท่าที่ควร
สิ่งที่ท่านจะได้รับหลังบำบัดครบ 9 ครั้ง:
- มุ่งสู่เป้าหมายของท่านได้ง่ายและเร็วขึ้น
- ปลุกพรสวรรค์และความสามารถบางอย่างที่ซ่อนเร้นของท่าน ด้วยเทคนิคขั้นสูง DNA Activation
- การชำระล้างพลังงานลบในระดับลึก ซึ่งอาจช่วยให้บางท่านรู้สึกตัวเบาและโล่งขึ้น
- ลดผลกระทบจากพลังงานและความคิดของคนรอบข้าง รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เป็นลบ ซึ่งจะช่วยให้ท่านมีความคิดกระจ่างและช่วยเรื่องการตัดสินใจได้ดีขึ้น
- เคลียร์ Pattern ลบๆ หรือวงจรอุบาทว์ที่มักเกิดขึ้นซ้ำๆ
- เคลียร์อุปสรรคหรือปัญหาในชีวิตที่ติดขัด พร้อมทั้งดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตได้ง่ายขึ้น
- ก่อให้เกิดปัญญาในการทราบถึงวิธีแก้ปัญหาบางอย่างที่เรื้อรังและสะสมมานาน
- อาการเจ็บป่วยทางร่างกายบางอย่างอาจหายไป ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาที่ร่างกายสะสมมาด้วย
- ฯลฯ
💡 คำแนะนำในการตั้งเจตนา: ผู้เข้าร่วมสามารถตั้งเจตนาเรื่องที่ท่านต้องการเป็นพิเศษได้ แนะนำให้ตั้งไว้ไม่เกิน 1-2 เรื่อง และเป็นเรื่องเดียวกัน ตลอดทุกครั้งที่เข้ารับการบำบัด เพื่อให้ท่านเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและทรงพลังที่สุด
📅 ตารางเวลารับการบำบัด
ระยะเวลาประมาณ 49 นาทีต่อครั้ง (รวมเวลาปรึกษาและชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหา แสกนตรวจออร่าหรือพลังงานที่ติดขัด สำหรับผู้ที่แชร์หรือถามเข้ามาหลังบำบัด ระยะเวลาอาจมีการยืดหยุ่นได้เป็นบางครั้ง)
ท่านสามารถเลือกจองครบทั้ง 9 ครั้ง หรือเลือกเฉพาะบางครั้งที่สะดวกได้(อาจารย์แนะนำให้เลือกครบทุกครั้ง เพื่อผลลัพธ์และประสิทธิภาพสูงสุดที่ท่านจะได้รับ)
- ครั้งที่ 1-7: วันเสาร์ที่ 7/11/2026 ถึง วันศุกร์ที่ 13/11/2026 | เวลา 7:11 PM - 8:00 PM
- ครั้งที่ 8: วันเสาร์ที่ 21/11/2026 | เวลา 7:11 PM - 8:00 PM
- ครั้งที่ 9: วันเสาร์ที่ 28/11/2026 เวลา 7:11 PM - 8:00 PM
🌟 พิเศษ! ครั้งที่ 10: วันเสาร์ที่ 5/12/2026 เวลา 7:11 PM - 8:00 PM
🎁 หมายเหตุและเงื่อนไขสำคัญ
- โบนัสพิเศษครั้งที่ 10: สำหรับผู้ที่ต้องการรับของขวัญพิเศษเพื่อปลดปล่อยท่านให้เป็นอิสระจากปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้วยเทคนิค "บอลลูนแห่งการปลดปล่อย(Balloon of Liberation)" ในวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค.2026 เวลา 19:11 น. ซึ่งการบำบัดในครั้งนี้จะมีกระบวนการที่แตกต่างจากครั้งอื่นๆ และท่านจะได้รับคุณสมบัติพิเศษนี้ติดตัวซึ่งนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต หลังจบการบำบัดในครั้งนี้
- กติกาการส่งแบบฟอร์ม: กรุณากรอกแบบฟอร์มประเมินหลังเสร็จสิ้นการบำบัด ภายใน 24 ชม.หลังการบำบัด ก่อนเข้า session ถัดไปทุกครั้ง
- การจองครั้งที่ 10: ท่านจะได้รับลิงค์สำหรับเข้า session ในครั้งที่ 10 หลังจากระบบได้รับแบบฟอร์มการประเมินของท่านครบถ้วนแล้ว
💬 กรุณาแอด LINE: @iMATHgine และทักเข้ามา เพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดการบำบัด เนื่องจากเราจะมีการแจ้งเตือนท่านล่วงหน้าก่อนถึงเวลานัดหมาย ส่งวิธีการเตรียมตัวรับการบำบัด และอาจมีส่งคลิปวิดีโอสั้นแนะนำเทคนิค รวมถึงลิงค์แบบฟอร์มการประเมินพร้อมคู่มือการกรอกให้ท่านด้วย
ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการเข้าร่วมและการประเมินในครั้งนี้ 🙏✨


CHANT-NovSky™
ประวัตินักบำบัด:
อาจารย์ชาญเป็นหนึ่งในปรมาจารย์เรกิ(Reiki Master Teacher)คนแรกๆ ของประเทศไทย ที่เริ่มต้นฝึกฝนเรกิตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และมีประสบการณ์บำบัดช่วยเหลือผู้คนมากว่า 1,000 เคส ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเปิดสอนหลักสูตรเรกิให้ผู้ที่สนใจสามารถใช้พลังบำบัดตนเองและผู้อื่นได้ด้วย โดยผลลัพธ์ของเรกินั้น มีลูกศิษย์ของอาจารย์ชาญในหลายสาขาอาชีพตั้งแต่ หมอ วิศวกร เจ้าของกิจการ โค้ช นักเรียน นักศึกษา พนักงานประจำ ฯลฯ รายงานมาว่าพวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น ความรัก ความสัมพันธ์ การเงิน การเรียน การทำงาน สุขภาพ ความมั่งคั่ง ความสุข ความสงบในใจ เป็นต้น
ประวัติการศึกษา:
ปริญญาตรี - วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยม)
ปริญญาโท - MSc Applied Mathematics, Imperial College London; The World's Top 5 University(ข้อมูลจาก Times Higher Education-QS World University Rankings ปี 2007, 2009 และ QS Intelligence Unit ปี 2007, 2013-14, QS Top Universities ปี 2025-27)
จุดเริ่มต้นของการเดินเส้นทางสายนี้: นับถอยหลังจากปี พ.ศ.2557 ก่อนหน้านี้ราวๆ 5-6 ปี ข้าพเจ้าเริ่มเป็นภูมิแพ้หายใจติดขัด จึงได้เริ่มปรึกษาหมอหู คอ จมูกรักษาเรื่อยมา จากนั้นตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ข้าพเจ้ามีอาการปวดขากรรไกรตลอดทั้งวันจากการกัดฟันโดยไม่รู้ตัวในขณะนอนหลับ อีกทั้งตาแห้งระคายเคืองและปวดตาอยู่บ่อยๆ ปวดปัสสาวะถี่ ปวดแขน มือและนิ้วมือ และเกิดอาการขี้หนาวขึ้นมาทั้งที่แต่ก่อนเป็นคนขี้ร้อน จึงคิดว่าร่างกายตนเองน่าจะมีความผิดปกติบางอย่าง ข้าพเจ้าจึงได้พยายามหาทุกวิถีทางที่จะรักษาอาการเหล่านี้ให้หายไป แต่ไม่ว่าจะไปหาแพทย์ที่ใดก็ล้วนแล้วไม่หายจากอาการเหล่านี้ทั้งสิ้น
โรคภูมิแพ้: ข้าพเจ้าได้ปรึกษาแพทย์หู คอ จมูกท่านหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญมากๆ ในโรงพยาบาลมีชื่อแห่งหนึ่ง คุณหมอได้นำภาพส่วนตัดภายในของใบหน้ามนุษย์มาให้ข้าพเจ้าดูและอธิบายอย่างละเอียดถึงอาการที่ข้าพเจ้าเป็นอยู่ว่าเกิดจากอะไรและจะรักษาให้หายได้อย่างไร และสั่งยาพ่นจมูกและยารับประทานให้ข้าพเจ้า โดยคุณหมอยืนยันแน่นอนว่าข้าพเจ้าจะหายภายใน 6 เดือน แต่เมื่อเกินระยะเวลา 6 เดือนและใช้ยาพ่นจมูกและยารับประทานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนล่วงเวลาไปถึง 2 ปีก็ยังไม่หายและมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งที่ข้าพเจ้าปฏิบัติตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัดไม่เคยขาดทั้งทานยาและพ่นจมูก เมื่อทบทวนดูแล้วว่าเราเสียเงินและเวลามากมายแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจเลิกยาอย่างเด็ดขาดทั้งยาพ่นและยารับประทาน แล้วไปฝึกโยคะสัปดาห์ละ 3 วันแทน ปรากฏว่าราว 3 เดือนหลังจากนั้น อาการภูมิแพ้เริ่มหายไปและหายใจโล่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งที่ข้าพเจ้ามิได้ใช้ยาอะไรเลย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มเอะใจว่าร่างกายของคนเราน่าจะสามารถฟื้นฟูรักษาตัวเองได้ด้วยแม้จะไม่ได้ใช้ยาใดๆ ก็ตาม
นอนกัดฟันและปวดขากรรไกร: ข้าพเจ้าได้ไปปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการสบฟันที่เน้นรักษาอาการกัดฟันตอนนอน คุณหมอได้ทำเครื่องมือครอบฟันบนให้ข้าพเจ้าซึ่งจะช่วยกันไม่ให้ฟันเสียดสีกันเองขณะนอนหลับ ซึ่งสุดท้ายเมื่อผ่านไปหลายเดือนเครื่องมือครอบฟันถึงกับทะลุแล้วก็ต้องเปลี่ยนเครื่องมืออันใหม่ ซึ่งหลังจากข้าพเจ้าใช้ไปเรื่อยๆ และคิดพิจารณาไตร่ตรองดีๆ ถึงคำพูดที่หมอบอกว่าคนที่นอนกัดฟันจะต้องใส่ครอบฟันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต นั่นก็มีความหมายเท่ากับไม่มีทางรักษาหาย เพราะเราแก้ที่ปลายเหตุตลอดคือใส่ครอบฟันเพื่อไม่ให้ฟันเสียดสีกันเองขณะกัดฟัน พอเครื่องมือทะลุก็เปลี่ยนใหม่ ไม่ได้แก้ที่อาการต้นเหตุของร่างกายที่นอนกัดฟัน ข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจยุติการรักษาด้วยวิธีนี้
ตาแห้ง: ข้าพเจ้าเคยเป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบและเมื่อรักษาหายแล้วก็ยังมีอาการตาแห้ง ปวดตาและระคายเคืองอยู่บ่อยๆ เมื่อข้าพเจ้าได้ปรึกษาจักษุแพทย์ที่โรงพยาบาลมีชื่อแห่งหนึ่ง คุณหมอให้คำแนะนำว่าต้องหยอดน้ำตาเทียมไปเรื่อยๆ เวลาที่ตาแห้ง ข้าพเจ้าจึงถามหมอว่าต้องหยอดไปถึงเมื่อไหร่จึงจะหาย หมอบอกว่าต้องหยอดไปตลอดชีวิต ข้าพเจ้าพบหมอและหยอดน้ำตาเทียมต่อมาอีกระยะหนึ่งก็ไม่หายจากอาการตาแห้ง จากนั้นจึงหยุดรักษาเพราะคิดได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คือเมื่อไหร่ที่ตาแห้งระคายเคืองก็หยอดน้ำตาเทียม ไม่ใช่แก้ที่ต้นเหตุคือระบบร่างกายที่มีน้ำตามาหล่อเลี้ยงดวงตาน้อยทำให้ตาแห้ง
โดยปกติแล้วเมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่เชื่อและเข้าไม่ถึงธรรมะสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากข้าพเจ้ามีพื้นฐานเป็นนักคณิตศาสตร์ เรียนจบคณิตศาสตร์ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์โดยส่วนใหญ่จะยึดเหตุผลและหลักการ ทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้จึงจะเชื่อ ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นเช่นนั้นคือเป็นคนที่เชื่ออะไรยากมาก ถ้ายังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยตนเองหรือไม่มีงานวิจัยหรือหลักฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ใดๆ รองรับยังไงก็จะไม่เชื่อข้อมูลนั้นๆ เด็ดขาด แต่จุดพลิกผันที่สำคัญก็เกิดขึ้นคือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าจำเป็นต้องบวชให้มารดาที่ป่วยเป็นมะเร็ง ข้าพเจ้าจึงบวชที่วัดเขาแผงม้า จ.โคราช(วัดหนองป่าพง สาขาที่ 164) หลังจากที่ข้าพเจ้าลาสิกขาในปี พ.ศ.2554 ข้าพเจ้าเริ่มฝักใฝ่ในธรรมะมากขึ้นและยังคงฝึกปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องทุกวัน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ข้าพเจ้าเคร่งครัดถือศีล 8 สัปดาห์ละ 5 วันและเก็บตัวฝึกสมาธิอย่างจริงจังอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวัน โดยไม่ค่อยได้ออกไปไหนและแทบไม่ได้พูดคุยกับใคร จนอยู่มาวันหนึ่งขณะนั่งสมาธิในตอนเช้า ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างหมุนอยู่ที่หน้าผากของข้าพเจ้า และสามารถกำหนดควบคุมให้หมุนไปทางซ้ายหรือขวาได้ด้วย ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นและค้นหาข้อมูลต่อจากแหล่งความรู้ทางอินเตอร์เน็ตหลายแห่ง และค้นพบภายหลังว่านี่เป็นความลับของร่างกายที่เรียกว่า "จักระ" ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่มองไม่เห็นที่ซุกซ่อนอยู่ภายในร่างกายของมนุษย์ทุกคน ที่โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ฝึกสมาธิมามากพอจนจิตละเอียดจึงจะเริ่มสัมผัสหรือมองเห็นสิ่งนี้ได้ สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าสนใจฝึกสมาธิมากขึ้นไปอีกเป็นทวีคูณจนค้นพบและสามารถควบคุมจักระบนใบหน้าและลำตัวอีกจำนวนมากรวมราวๆ ร้อยกว่าจุดทั้งจักระวงหลักและวงย่อย รวมทั้งจักระที่ก่อเกิดพลังบนฝ่ามือและปลายนิ้วมือทุกนิ้ว ตั้งแต่นั้นมาข้าพเจ้าจึงสนใจศาสตร์ความรู้ในเรื่องของจิตเป็นอย่างมากโดยเน้นทั้งมุ่งฝึกด้วยตนเองและสมัครเข้าร่วมฝึกสมาธิและฝึกอบรมที่สำนักปฏิบัติธรรมและสถาบันพัฒนาทางจิตต่างๆ ทั้งหลักสูตรที่ต้องไปค้างคืนต่อเนื่องหลายวันและแบบไปเช้าเย็นกลับ รวมมากกว่า 20 แห่ง เช่น ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน นั่งฌานสมาธิ สติปัฏฐาน กรรมฐาน 40 ฝึกพลังชี่กง พลังจักรวาล พลังเรกิ สั่งจิตบำบัด(NLP) ฝึกสมาธิกสิณ วิชชาสาม ฯลฯ รวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองจากหนังสือธรรมะและตำราที่เกี่ยวข้องทั้งงานวิจัยและวิทยาศาสตร์ทางจิตทั้งของไทยและต่างประเทศจำนวนมาก จนรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งเหล่านี้แม้จะเข้าใจและเข้าถึงได้ยาก แต่เป็นความจริงของธรรมชาติทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมะ เรื่องกรรม หรือแม้แต่เรื่องการบำบัดโรคด้วยพลังสมาธิ ซึ่งสามารถบำบัดได้จริงจากต้นตอของโรค จากต้นตอการรวนผิดปกติของระบบร่างกายที่แท้จริง เป็นการรักษาและปรับสมดุลร่างกายก่อนที่โรคจะเกิดขึ้น มิใช่ที่ปลายเหตุเมื่อโรคเกิดแล้วเหมือนการมุ่งเน้นใช้ยาเคมีดั่งที่ข้าพเจ้าเคยทำมาในอดีต เช่น จากเดิมที่ข้าพเจ้าต้องหยอดน้ำตาเทียมวันละหลอด ปัจจุบันก็ไม่ได้ใช้อีกเลย การหายใจก็โล่งขึ้น กลับมาทานของเย็นและของทอดได้ปกติทั้งที่แต่ก่อนทานแล้วจะเจ็บคอเสมอๆ อุณหภูมิของร่างกายกลับมาเป็นปกติมากขึ้นไม่ขี้หนาวง่ายเหมือนเมื่อก่อน ปัสสาวะกลับมาเป็นปกติ และหายจากอาการปวดขากรรไกร แขน มือและนิ้วมือ เป็นต้น โดยปัจจุบันข้าพเจ้ามีสุขภาพใจและกายที่แข็งแรงขึ้นมากจากเมื่อก่อนและลดการพึ่งพายาเคมีมาเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว
เป็นที่น่าเสียดายที่คนจำนวนมากหมดโอกาสที่จะได้เข้าถึงพลังบำบัดเพราะพวกเขามักจะติดกรอบความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ต้องใช้ยาเคมีเข้าไปรักษาร่างกายเสมอเวลาเจ็บป่วยหรืออาจมีอคติบางประการที่มักถูกปิดกั้นด้วยความรู้ความเข้าใจเดิมของตนเองที่เคยเรียนรู้มาอย่างยาวนานจนฝังไว้แน่นหนาและไม่สามารถหลุดออกมาได้ ในจุดนี้ข้าพเจ้าขอเปรียบเทียบอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ว่าหากเปรียบร่างกายเป็นเสมือนประเทศหนึ่งๆ ที่มีกำลังทหารแต่ไม่เคยนำมาใช้เมื่อมีข้าศึกบุกโจมตี แต่กลับไปยืมกำลังทหารของประเทศอื่นมาช่วยรบเสมอๆ ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร? ทหารในประเทศเราที่ไม่เคยได้ฝึกฝนออกรบก็ย่อมอ่อนแอไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องหวังพึ่งทหารต่างแดนมาช่วยรบตลอด สุดท้ายประเทศก็ย่อมพ่ายแพ้ในที่สุด ซึ่งในที่นี้ข้าศึกเปรียบเสมือนเชื้อโรคที่บุกเข้าสู่ร่างกาย ทหารต่างแดนที่มาช่วยรบเปรียบเสมือนยาเคมี และทหารในประเทศเราเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ เมื่อใช้ยานั่นเอง
ปัจจุบันข้าพเจ้าบำบัดผู้คนด้วยพลังเรกิมาแล้วมากกว่า 1,000 เคส ซึ่งคนที่รับการบำบัดไปแล้วแจ้งผลตอบรับมามากมายในทางที่ดีขึ้น เช่น คนไข้ที่หายจากทอนซิลอักเสบเรื้อรัง คนไข้ที่หายจากอาการภูมิแพ้ คนไข้ที่หายจากมะเร็ง คนไข้บางคนปวดคอปวดหลังก็ปวดน้อยลง บางคนเคยปวดเข่าก็หายปวด บางคนปัสสาวะติดขัดก็มีอาการดีขึ้น คนที่นอนไม่หลับก็หลับได้ดีขึ้น หรือกลุ่มคนที่มีอาการทางจิตใจ เช่น คนซึมเศร้า เครียด อกหัก เสียใจผิดหวัง มีปัญหาขัดแย้งหรือทะเลาะกันบ่อยๆ หลังจากบำบัดไปเกือบทุกคนมีผลตอบรับมาว่ารู้สึกดีขึ้นและดึงดูดเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตมากขึ้น เป็นต้น ข้าพเจ้าตระหนักดีว่ายังมีผู้คนในสังคมอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ความลับของพลังบำบัด และคนเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย หรือต้องเผชิญกับความทุกข์ทางจิตใจและไม่สามารถหลุดออกมาได้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตนเองโชคดีมากที่ค้นพบสิ่งนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องการอุทิศตนเพื่อส่งต่อและเผยแพร่สิ่งล้ำค่านี้ให้สังคมและผู้ป่วยที่ไร้ความหวังได้ค้นพบและมีความสุขเช่นเดียวกันกับข้าพเจ้าต่อไป
ตั้งราคาที่เหมาะสม:
สิ่งที่คุณจะได้รับ:
🎟️ สิทธิ์การเข้าร่วมบำบัด Geo Love Healing Level X: ตามจำนวนครั้งและรอบวันที่ท่านกดเลือกจองผ่านปฏิทิน
🧠 คำปรึกษาและชี้แนะเฉพาะบุคคล: เจาะลึกปัญหาและการปรับพลังงานในแต่ละครั้งหลังบำบัดสำหรับผู้ที่ถามเข้ามา(ระยะเวลาบำบัดรวมปรึกษาประมาณ 49 นาที โดยอาจยืดหยุ่นได้ตามความจำเป็น)
🌟 โบนัสพิเศษครั้งที่ 10("บอลลูนแห่งการปลอดปล่อย"): สำหรับผู้ที่เข้าร่วมและส่งแบบฟอร์มประเมินครบทุกครั้งตามเงื่อนไข สามารถเข้าร่วมได้ในวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค. 2026 เวลา 19:11 น.-20:00 น.